ถอดรหัส ‘เหรียญ ณัฐวุฒิ’ จากคนบ้าสัตว์ประหลาด สู่ผู้ออกแบบ Demogorgon และคำเตือนถึงศิลปินในยุค AI ครองเมือง

ถอดรหัส ‘เหรียญ ณัฐวุฒิ’ จากคนบ้าสัตว์ประหลาด สู่ผู้ออกแบบ Demogorgon และคำเตือนถึงศิลปินในยุค AI ครองเมือง

      ในโลกของภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่เต็มไปด้วยซูเปอร์ฮีโร่ ‘เหรียญ – ณัฐวุฒิ ใบโพธิ์วงศ์’ คือชายที่เลือกยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่ได้หลงใหลในความเพอร์เฟกต์ของพระเอก แต่เขารัก “สัตว์ประหลาด” และตัวร้ายที่ดูโง่เขลาอย่าง Zaku ใน Gundam

 

      จากเด็กที่เคยลงไปนอนดิ้นกับพื้นเพื่ออยากได้ฟิกเกอร์ก็อตซิลลา วันนี้เขากลายเป็น Creature Designer แถวหน้าของโลก เจ้าของรางวัล Concept Art Association 2024 และผู้อยู่เบื้องหลังอสูรกายระดับตำนานอย่าง Demogorgon จากซีรีส์ Stranger Things

 

 

1. “งานกู้ระเบิด” : เบื้องหลังสัตว์ประหลาดที่คนทั้งโลกหวาดกลัว

      เหรียญเล่าถึงจุดพีกในอาชีพอย่างการสร้าง Demogorgon ว่ามันไม่ใช่เรื่องของแรงบันดาลใจที่สวยหรู แต่มันคือ “การแข่งกับเวลา” * บรีฟสุดหิน: “เอาสัตว์ประหลาดมืดๆ หม่นๆ ผิวขาว ไม่มีหน้า”

  • ความไวปีศาจ : เขาปั้นโมเดล 3D ด้วยโปรแกรม Zbrush จนเสร็จภายใน 4 วัน โดยไม่ได้ร่างสเกตช์ลงกระดาษเลยแม้แต่นิดเดียว

  • กล้ามเนื้อจดจำ : หลังจากคลุกคลีกับการปั้นสัตว์ประหลาดมา 14 ปี ทุกอย่างกลายเป็น Muscle Memory เขาใช้ทักษะล้วนๆ ในการ “ปรุง” สัตว์ประหลาดจากวัตถุดิบดิบๆ (Reference) โดยไม่พึ่งพางานของศิลปินคนอื่น (Inspiration) เพื่อรักษาความ Original เอาไว้

“ผมเลิกวาดรูปมา 15 ปีแล้ว ผมปั้นอย่างเดียว ทำสัตว์ประหลาดทุกวันจนความเร็วกลายเป็นเรื่องของปีศาจ”

 

2. ประสบการณ์ Hollywood : เมื่อ James Wan ตอบอีเมลใน 2 นาที

      เส้นทางของเขาไม่ได้หยุดแค่ซีรีส์สยองขวัญ แต่เขายังฝากฝีมือไว้ในหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Aquaman, Ninja Turtles, Maleficent และ 300 Rise of an Empire เหรียญเล่าว่าการทำงานในระดับสากลคือการตัดสินใจที่เฉียบขาด โดยเฉพาะตอนทำ Aquaman ที่เขาต้องสื่อสารตรงกับผู้กำกับอย่าง James Wan ซึ่งต้องคุมทีมอาร์ตทิสต์กว่า 50 คน ความเป็นมืออาชีพและความชัดเจนคือหัวใจสำคัญที่ทำให้งานระดับโลกขับเคลื่อนไปได้

 

3. เผาความเชื่อยุค AI : เมื่อ “หุ่นเชิด” กำลังจะครองโลกศิลปะ

     ในฐานะ Pioneer ที่ทดลองใช้ AI ตั้งแต่ยุคแรกๆ เหรียญยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเขามีความ “กลัว” ต่ออนาคตที่ AI กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์

  • วิกฤต Junior : เขากังวลว่า AI จะแย่งพื้นที่ “ความผิดพลาด” ของเด็กจบใหม่ เพราะบริษัทหันไปพึ่งพา AI และรับแต่ Senior จนในอนาคตเราอาจไม่มีอาร์ตทิสต์ฝีมือดีหลงเหลืออยู่

  • ศิลปะที่ไร้จิตวิญญาณ : แม้ AI จะเจนภาพได้สวยใน 10 วินาที แต่เหรียญมองว่ามันมีความ “Awkward” (ความแปลกประหลาด) ที่สู้ความละเมียดละไมของมนุษย์ไม่ได้

  • ลิขสิทธิ์ที่ล่มสลาย : เขาชี้ให้เห็นความจริงอันโหดร้ายว่า ทุกวันนี้ลายเส้นระดับโลกอย่าง Ghibli ถูก AI ก๊อปปี้ไปขายในราคาถูก กฎหมายลิขสิทธิ์แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย

“ก่อนจะมี AI พวกมึงก็ลำบากกันอยู่แล้ว… โฟกัสที่มึงอยากทำ ทำไปเหอะ ถึงมันจะยากแต่มึงก็ต้องหาที่ยืนให้ได้”

 

4. ภูเขาลูกใหม่ และ “ตัวตน” ที่ AI ขโมยไปไม่ได้

      สำหรับเหรียญ งานที่เสร็จแล้วคือการ “บันทึกฝีมือในอดีต” เขาไม่เคยอยากกลับไปแก้ไขงานเก่า แต่จะใช้มันเป็นแรงผลักดันเพื่อทำชิ้นต่อไปให้ดีกว่าเดิม

สิ่งที่เขาเชื่อมั่นว่า AI ไม่มีวันพรากไปจากมนุษย์ได้ คือ “เวลา” และ “ความสัมพันธ์”

  • การที่ใครสักคนซื้อผลงานของคุณ คือการซื้อเวลาและความคราฟต์ที่คุณสั่งสมมาทั้งชีวิต

  • การสร้าง Niche หรือ “พื้นที่เฉพาะตัว” คือทางรอดเดียวในยุคที่ทุกอย่างถูกทำให้เป็นแมสด้วยอัลกอริทึม

บทสรุปจากนักออกแบบสัตว์ประหลาด :

      ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปสู่ยุค AI อย่างไร หัวใจสำคัญของการเป็นศิลปินคือการสนุกกับ Process (ระหว่างทาง) ไม่ใช่แค่ Result (ผลลัพธ์) เพราะมนุษย์คือผู้สร้างเรื่องราว และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเรายังต้องมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้

 

 

ขอขอบคุณบทความจาก a day
แงะสูตร ‘ณัฐวุฒิ ใบโพธิ์วงศ์’ นักออกแบบสัตว์ประหลาด และข้อความเฉือนอาร์ตทิสต์ในยุค AI เชิดหุ่นมนุษย์ » a day magazine

ขอขอบคุณ vdo interview จาก Khaosod